โครงการสอน
รายวิชา 427-402 ทฤษฎีมานุษยวิทยา (Anthropological Theory)
3 หน่วยกิต
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550
ภาควิชา สังคมศาสตร์ คระมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลันสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ผู้สอน
อ.บัณฑิต ไกรวิจิตร
สถานที่ติดต่อ
ห้องพักแผนกวิชา 50410
e-mail: bundit_g@hotmail.com, bunditg@gmail.com
และ bundit-g@bunga.pn.psu.ac.th
ลักษณะรายวิชา
วิชาบังคับเอกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ปี 3-4 หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขา สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
คำอธิบายรายวิชา
วิเคราะห์แนวความคิด ทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรมภายในกรอบมานุษยวิทยาสังคมวัฒนธรรม
วัตถุประสงค์การสอน
เพื่อให้นักศึกษาได้รู้ประวัติของแนวคิดและทฤษฎีที่สำคัญ ทางมานุษยวิทยา ตระหนักและเข้าใจปัญหาความคิด แนวทางแก้ไขและนำมาใช้ศึกษาสังคมปัจจุบันหลักสูตรวิชาทฤษฎีมานุษยวิทยา
การเรียนและการวัดผลการศึกษา
ทำความตกลงกันระหว่าง นักศึกษากับอาจารย์ผู้สอนว่าจะเรียนกันอย่างไร จะใช้เกณฑ์การให้คะแนนและการวัดผลรวมถึงกฎที่คุณเสนอและกฎที่กำหนดโดยผม (อาจารย์) ซึ่งกฎเหล่านี้จะเอื้อให้คุณเข้ามาแสวงหาความสำเร็จและ/หรือ อาจจะล้มเหลว แต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรกังวลมากนัก ผมต้องการที่จะบอกข่าวดีกับพวกคุณว่าเกณฑ์การให้คะแนน จะไม่ทำให้คุณทุกๆ คนสามารถทำได้ และสอบผ่านได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เราจะทำการตกลงร่วมกัน ในชั้นเรียนในชั่วโมงเรียนแรกของสัปดาห์แรกหลักการต่างๆ มีดังต่อไปนี้
การวัดผล
1.มีผลงานคุณทุกคนต้องเขียนรายงาน 1 ผลงาน โดยมีคะแนนทั้งหมด 40 คะแนน
2.การสอบวัดผล 40 คะแนน
กลางภาค 20 คะแนน
ปลายภาค 20 คะแนน
(การสอบกลางภาคจะนำรายงานข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาคมาเป็นข้อสอบ โดยอาจจะเป็นข้อสอบแบบเดี่ยวหรือกลุ่มก็ได้ ตามความเหมาะสม และเช่นเดียวกันกับการสอบปลายภาคก็จะนำรายงานสุดท้ายของคุณทุกคนมาเป็นข้อสอบ ทั้งแบบเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มข้อสอบ)
3.ความตั้งใจเรียน เข้าเรียนสม่ำเสมอ และมีส่วนร่วมในชั้นเรียน บันทึกการเรียนกลุ่ม 20 คะแนน
ทำความเข้าใจในรายละเอียด
รายงาน
การทำรายงาน แบ่งเป็นสองขั้นตอน
1.1 ข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาค และ
1.2 รายงานสุดท้าย
นักศึกษาทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอว่าจะต้องส่งให้ทันเวลา การส่งรายงานได้ทันเวลาจะทำให้ผมสามารถตรวจรายงานได้ทัน ผมได้วางเงื่อนไขที่จะช่วยคุณทุกคน เช่น การออกข้อสยบได้ตรงตามที่คุณแต่ละคนต้องการพัฒนาหัวข้อรายงานของคุณเอง ผมปราถนาที่จะให้การทำข้อสอบนำมาสู่การทำความเข้าใจของคุณมากขึ้นจากคำถาม แน่นอนว่าผมจะต้องทำงานหนักกว่าคุณหลายเท่านัก สำหรับกรณีนี้ผมขอ บอกไว้ล่วงหน้าว่า ผมทนอ่านงานของคุณที่ส่งมาช้าไม่ได้ ถ้ามีงานที่ส่งมาช้า จนถึงช้ามาก เป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้คุณต้องมีปัญหากับการเรียนในวิชานี้แน่นอน ซึ่งไม่สำคัญว่าคุณเขียนมาดีเลิศขนาดไหน เพราะผมอ่านรายงานคุณไม่ทัน คุณอาจจะได้ F
แนวทางการวิจัยเพื่อทำรายงาน
1.แนวทางการวิจัยเพื่อทำรายงาน ข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาค โดยเริ่มจากช่วงระยะแรกของการเรียนจนถึงสอบกลางภาค ภาระของแต่ละคนก็คือ คิดกับข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาค หรืออีกคำพูดหนึ่งก็คือเตรียมรายงานเล่มสำคัญของคุณอย่างเป็นเอกเทศ ผมจะเรียกมันว่าข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาค คุณน่าจะประทับใจในคะแนนที่ได้จาการสอบกลางภาคที่ผมเตรียมข้อสอบจากรายงานของคุณเองแน่นอน สำหรับรายงานฉบับเริ่มต้นนี้เพียงแต่คุณเขียนอธิบายว่าคุณมีความสนใจในประเด็นทางมานุษยวิทยาอะไร เช่น วัฒนธรรม (ในความหมายกว้างๆ) ศาสนา ชาติติพันธุ์ วัฒนธรรมการบริโภค ปัญหาเมืองเพศศึกษา ครอบครัวกับสถานการณ์ของมุสลิมสามจังหวัดภาคใต้ อัตลักษณ์ในแง่มุมต่างๆ ปัญหาทางการเมืองของภาคใต้ ประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ องค์ความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะของกลุ่มประชาชน หรืออื่นๆ ตามที่คุณสนใจศึกษาอย่างเป็นเอกเทศ (หมายความว่าเป็นส่วนตัวของคุณเอง หนึ่งคนหนึ่งประเด็น) คุณควรจะตั้งหัวข้อใว้ในใจไปเรื่อยๆ ระหว่างเริ่มเรียนและนำมาถามผมได้เรื่อยๆ ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลา ซึ่งผมจะให้คำแนะนำในการอ่านเพิ่มเติม นักศึกษามีมากกว่าผมถึง 1/70 ดังนั้นใครที่เร็วกว่าจะได้ประโยชน์โดยไม่เสียเวลาเนิ่นนานออกไป โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 เลยก็จะเป็นการดี ทุกคนจะต้องส่งหัวข้อ ซึ่งไม่ต้องเสร็จก็ได้แต่ควรสื่อสารกับผมได้นะครับ ว่าคุณคิดจะทำอะไร คุณไปอ่านงานของใครมาแล้วบ้าง หรือทบทวนจากงานที่อาจารย์ท่านต่างๆ เคยสอนคุณมาแล้วตั้งแต่ปี 1 – 3 อ่านแล้วทำให้คุณคิดอะไรขึ้นมาได้ และที่สำคัญก็คือ คุณสงสัยประเด็นอะไรที่ชัดๆ ที่คุณจะช่วยให้คุณศึกษาให้กระจ่างที่สุดในคลึ่งหลัง ข้อเสนอเพื่อทำรายงานนี้ทุกคนจะต้องส่งครบทั้งหมดทุกคนโดยอย่างช้าไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนสอบปลายภาค และอย่าลืมใส่บรรณานุกรมที่คุณค้นคว้ามาโดยละเอียดข้างท้ายรายงานด้วยนะครับ เพราะผมจะนำข้อมูลจากบรรณานุกรมมาทำข้อสอบให้กับคุณในช่วงปลายภาค ในแต่ละคน หรือกลุ่ม
2.แนวทางการวิจัยเพื่อทำรายงานสุดท้าย หลังจากที่คุณชื่นบานกับคะแนนที่ได้รับทั้งจากคะแนนข้อเสนอเพื่อทำรายงานปลายภาค กับการสอบวัดผลกลางภาค ทั้งคะแนน ความรู้และประเด็นของคุณจะเริ่มมีความกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น ในช่วงของรายงานสุดท้าย ช่วงเวลานี้คุณควรจะศึกษาทฤษฎี หรือกรอบแนวคิดทางมนุษยวิทยาที่นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน โดยปรึกษากับผม ได้เสมอ โดยที่ ทฤษฎีต่างๆ จะไม่เป็นข้อผูกพันกับคะแนนที่จะได้รับว่าสิ่งที่ปรึกษากับผมจะต้องไปปรากฏในรายงานของคุณหรือไม่ คุณอาจจะเลือกที่จะไม่เขียนทฤษฎีใดๆ ในรายงานของคุณ ซึ่งแน่นอนว่าผมรู้ว่าคุณมีความรู้ทางทฤษฎีมากหรือน้อยอย่างไร ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากรายงานของคุณเอง ว่าคุณมีมุมมอง ความรู้ ความเข้าใจ ต่อประเด็นที่คุณศึกษามากน้อยเพียงใดและมีผลกับคะแนนของคุณอย่างเท่าเทียมกันระหว่างการใช้ทฤษฎีกับไม่ใช้ทฤษีในรายงาน คนที่เขียนเกี่ยวกับทฤษฎีมากอาจจะได้คะแนนพอๆ กับคนที่ใช้น้อย หรือไม่ใช้เลย แต่หากคุณเขียนเกี่ยวกับทฤษฎีได้มากในเนื้อหาหรือแสดงให้เห็นว่าคุณได้ทำการอ่านมามาก คุณมีโอกาสได้คะแนนสูงกว่าคนอื่นๆ
2.การสอบวัดผล
คือการสอบกลางภาคและปลายภาค ผมได้เกริ่นไปบ้างแล้ว ตอนนี้คุณก็ทราบมาแล้วว่า รายงานที่คุณส่งผมสองครั้ง ที่ผมอยากจะเรียกว่าเป็นรายงานเล่มเดียวของคุณ เพราะเป็นการเขียนอย่างต่อเนื่องในหนึ่งภาคการศึกษา จะถูกนำมาเป็นข้อสอบสำหรับเฉพาะคุณเท่านั้น โดยผมจะอ่านจากรายงานของคุณรวมถึงรายการหนังสือที่คุณใช้อ้างอิง มาเป็นข้อสอบ แต่มีข้อยกเว้นว่า หากมีใครที่สนใจประเด็นที่ใกล้เคียงกันผมอาจจะจัดทำข้อสอบเป็นกลุ่มที่ให้คุณสามารถเขียนสะท้อนความคิดของคุณออกมาจากรายงานได้ และผมมีข่าวดีมากๆ ก็คือ การสอบวัดผลทั้งสองครั้ง ผมจะจัดสอบแบบ open book คุณทุกคนสามารถนำหนังสือ เอกสารใดๆ เลคเชอร์ ตั้งแต่ที่คุณเรียนมาตั้งแต่ปี 1 ถึงปัจจุบันเข้ามาใช้ประกอบการสอบได้ มีข้อแม้ประการเดียวว่าจะต้องไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้สอบคนอื่นๆ เช่น มากองไว้มากจนคนอื่นเดินผ่านโต๊ะของคุณไม่ได้
3.ความตั้งใจเรียน
คือการเข้าเรียนสม่ำเสมอ และมีส่วนร่วมในชั้นเรียน บันทึกการเรียนกลุ่มและงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อวัดผลการเรียนทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน
หลักสูตร การศึกษาวิชา ทฤษฎีมานุษยวิทยา Anthropological Theory
สัปดาห์ที่- 1 ครั้งที่ 1
-จัดกลุ่มการศึกษา หน้าที่ของกลุ่มก็คือรวบรวมบันทึกการสอน และนำส่งผม เพื่อที่ผมจะทำการคัดกรองรายงานประจำสัปดาห์ และคัดเลือก ชิ้นที่ดีที่สุดต่อบทเรียนนำมามอบให้แก่คุณทุกคนได้นำไปอ่านเพื่อศึกษาอีกครั้งหนึ่งและเพื่อพัฒนาการสอนของผมต่อไปในอนาคต วิธีการก็คือ นักศึกษาแต่ละคนมีบันทึกของส่วนตัวและนำมามอบให้กับตัวแทนกลุ่ม โดยวิธีใดก็ตาม เช่น xerox หรือ ยืมสมุด และนำมาเรียบเรียงเนื้อหาที่ได้สอนไปแล้ว จะเป็นการดีถ้าผมได้รับรายงานในแต่ละกลุ่มในสัปดาห์ถัดไป คะแนนทั้งหมดจะนำมาเฉลี่ยเพื่อเป็นคะแนนเก็บนำไปรวมกับคะแนนรายงานและการสอบกลางภาคและการสอบปลายภาคตามเกณฑ์ที่คุณทุกคนตั้งไว้ว่ากี่คะแนน กลุ่มที่จัดขึ้นครั้งนี้ี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คะแนนสะสมของคุณจะรวมไว้จากเดิมและมาเพิ่มในกลุ่มใหม่จนหมดภาคการศึกษา อาจารย์จะจัดให้มีกิจกรรมตลอดภาคการศึกษา เพราะเป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ถึงแม้จะเป็นการเรียนรู้ทฤษฎีทางด้านมานุษยวิทยาที่คลอดคลุมกว้างขวางเป็นอย่างมาก แต่ผมจะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ประสบการณ์จากอดีตและปัจจุบันของคุณมาใช้วิเคราะห์ทางทฤษฎีมากเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งในเรื่องศาสนา ชาติพันธุ์ การบริโภค เพศสภาพและการข้ามเพศ และอื่นๆ ผมไม่แน่ใจว่าการเรียนในลักษณะนี้เรียกว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางหรือไม่ แต่ถ้าจะให้ผมเรียกการเรียนลักษณะนี้ตามใจผม ผมคิดว่าเป็นการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมมากกว่า ทั้งนี้ผมไม่ได้ปฏิเสธว่านักศึกษาคือกลุ่มคนที่ควรได้รับความสนใจ แต่คำว่า “ผู้เรียนคือศูนย์กลาง” เป็นเพียงคำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก และคำว่า “การเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม” ก็ไม่ได้เป็นคำที่มีความหมายมากมายอะไรนักหรอกครับ ที่ผมเลือกคำนี้มาแทน ก็เพราะผมชอบ! ผมมีปัญหากับคำว่า “ศูนย์กลาง” เช่น ศูนย์กลางอำนาจรัฐ ศูนย์กลางอำนาจ ศูนย์กลางความชอบธรรม ศูนย์กลางของโลก ทำให้ผมถูกหลอนด้วยคำพูดว่า “ขอบนอกของอำนาจ” ตรงข้ามกับ “ชายขอบของอำนาจ” และ “คนที่ถูกผลักให้อยู่ชายขอบ” ผมกลัวว่า ผมจะเป็นอาจารย์ที่อยู่ชายขอบของคุณนักศึกษา ประเด็นเหล่านี้คุณจะได้เรียนในช่วงท้ายของหลักสูตร ซึ่งที่ผมอ้างว่าผมชอบเพราะผมก็มีเหตุผลแต่ไม่ได้ทำการต่อต้านแนวคิดนี้แต่อย่างใด แต่ในโลกทางวิชาการคุณพึงรำลึกเสมอว่า คุณไม่ควรมองข้าม คุณควรตระหนักในคำพูด ที่จะใช้ออกไปเพื่อตัดสินใจบางอย่าง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าใครถูกที่สุด คำพูดใดมีอำนาจเหนือสุด คุณกำลังเรียนเพื่อที่จะทำความเข้าใจในโลกวิชาการดังนั้นสิ่งแรกที่จะต้องยึดถือเอาไว้ก็คือ การกล้าที่จะท้าทายกรอบที่กักขังไม่ให้หัวใจของการเรียนรู้เบิกบานในทุกบริบท แม้แต่ในความเป็นวิชาการเอง
A: ธรรมชาติของมานุษยวิทยาและที่มาของทฤษฎี
-การทำความเข้าใจในความหมายของวิชาที่เรียกว่า มานุษยวิทยา และศึกษาที่มาของทฤษฎีตลอดจนการนิยามคำศัพท์ที่สำคัญของสาขาวิชาเบื้องต้น
สัปดาห์ที่- 1 ครั้งที่ 2
1.การ์บาริโน, เมอวิน เอส, จันทร์ธำรง จุไรรัตน์, and คลังสุวรรณ ยุพา. ประวัติทฤษฎีทางมานุษยวิทยาสังคมและวัฒนธรรมโดยสังเขป แปลจาก Sociocultural Theory in Anthropology : A Short History. กรุงเทพฯ,: แผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 1977. (อ่าน หน้า 1-2 และ หน้า 4-8) (ผมจะเตรียมเอกสารให้คุณสำเนาไปเพื่ออ่านหรือคุณสามารถยืมได้จากห้องสมุด ซึ่งในบางเล่มผมจะดำเนินการจัดให้เป็นหนังสือสำรอง และจะมีเอกสารที่ผมเขียนขึ้นมาเพื่อทำสำเนาแจก และจากห้องเรียนเสมือนจะเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการเรียนได้ อยู่ระหว่างการประสานงานและจัดทำ)
เอกสาร xerox ของการ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977) หน้า 4-8 ได้รับการแปลจาก จุไรรัตน์ จันทร์ธำรงและยุพา คลังสุวรรณ. นักศึกษาทุกคนจะต้องอ่านเพื่อทำความเข้าใจพื้นฐาน/ลักษณะ ของความรู้ทางด้านมานุษยวิทยาและการนิยามคำศัพท์เบื้องต้นของการศึกษาทฤษฎีมานุษยวิทยา
2. Herzfeld, Michael. Anthropology : Theoretical Practice in Culture and Society. Malden, Mass.: Blackwell Pub., 2001., p.1-10
สัปดาห์ที่- 2 ครั้งที่ 1
ทำความเข้าใจการแบ่งสาขาวิชาของมานุษยวิทยา ลักษณะสำคัญ และการเริ่มต้นศึกษามนุษยวิทยาวัฒนธรรม
1.การ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977), น.2-4
2.ยศ สันตสมบัติ. มนุษย์กับวัฒนธรรม. ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3, แก้ไขเพิ่มเติม. ed. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2544., น.1-17
3. Barnard, Alan J. History and Theory in Anthropology. Cambridge, U.K.: Cambridge University Press, 2000. (เรียบเรียงจากหน้าที่, 2-14)
สัปดาห์ที่- 2 ครั้งที่ 2
การก่อร่างสร้างตัวของมานุษยวิทยาในยุคสำรวจ, การสำรวจดินแดนใหม่, สถานการณ์ของสังคมใน ศตวรรษที่ 19 และความพยายามที่จะนำความรู้อธิบายสังคม
1.การ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977: น.9-26 และ 27-38.)
2. .ยศ สันตสมบัติ. (2544: น.19-25)
สัปดาห์ที่- 3 ครั้งที่ 1
ทฤษฎีวิวัฒนาการและความสำคัญของทฤษฎีวิวัฒนาการสายเดียวในศตวรรษที่ 19
1. การ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977: 38-46.)
2. Tylor, Sir E. B., Primitive Culture, (1929) in (ed.) R. Jon McGee and Richard Lee Warms. Anthropological Theory: An Introduction History. 3rd ed. New York; London: McGraw-Hill Education, 2004, p.41-55.
3.ยศ สันตสมบัต (2544: 19-25)
4. Barnard (2000: p.27-46)
5. Perry, Richard John. Five Key Concepts in Anthropological Thinking. Upper Saddle River, N.J.: Prentice Hall, 2003, p.12-54
B: เริ่มต้นมานุษยวิทยาในศตวรรษที่ 20
สัปดาห์ที่- 3 ครั้งที่ 2
บทเริ่มต้นมานุษยวิทยาในศตวรรษที่ 20 ในกระแสของทฤษฎีแพร่กระจายทางวัฒนธรรม
1. การ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977: 47-52.) ต้นศตวรรษที่ 20, มานุษยวิทยาเริ่มแตกเป็นสาขาย่อย, ทฤษฎีกระจายวัฒนธรรมสุดโต่ง, ทฤษฎีกระจายวัฒนธรรมกลุ่มออสเตรีย-เยอรมัน หรือทฤษฎีวงกลมทางวัฒนธรรม
2. ยศ สันตสมบัติ (2544: 25) ทฤษฎีแพร่กระจายทางวัฒนธรรม
3. Barnard (2000: p.47-60) Diffusionist and culture-area theories.
4. Stocking, George W. After Tylor: British Social Anthropology, 1888-1951. Madison, Wis.: Uni-versity of Wisconsin Press, 1995. p.179-232.
สัปดาห์ที่- 4 ครั้งที่ 1
การเติบโตของมานุษยวิทยาวัฒนธรรมในอเมริกาและอังกฤษ ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20
1. การ์บาริโน, เมอวิน เอส (1977: 52-62 and 62-70) การเติบโตของมานุษยวิทยาวัฒนธรรมในอเมริกาและอังกฤษ และบทเริ่มต้นของการวิเคราะห์เชิงการหน้าที่
2. ยศ สันตสมบัติ (2544: 26-34) การต่อต้านทฤษฎีวิวัฒนาการและพัฒนาการแนวคิดแบบประวัติศาสตร์เฉพาะกรณีและทฤษฎีหน้าที่นิยม
3. Barnard (2000: p.61-79) Functionalism and structural-functionalism
สัปดาห์ที่- 4 ครั้งที่ 2 ถึง สัปดาห์ที่ 5 ครั้งที่ 2 (รวมสี่ครั้ง)
หลังจากหนึ่งเดือนที่คุณแต่ละคนได้เรียนรู้พัฒนาการของมานุษยวิทยามาจนถึงช่วงศตวรรษที่ 20 จากการสำรวจดินแดนใหม่ ทฤษฎีวิวัฒนาการ ทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม มาจนถึงการเติบโตของมานุษยวิทยาวัฒนธรรม การวิเคราะห์เชิงหน้าที่ จนถึงการต่อต้านทฤษฎีวิวัฒนาการ ทฤษฎีหน้าที่นิยม และโครงสร้าง-หน้าที่นิยม ในสับดาห์ที่ 4 ครั้งที่ 2 จนถึงสัปดาห์ที่ 5 ครั้งที่ 2 ผมจะสอนเกี่ยวกับตัวอย่างกรณีศึกษาจาก นักวิชาการอันเป็นต้นตำรับเดิมของมานุษยวิทยา ดังรายการต่อไปนี้
ตัวอย่างกรณีศึกษา
1. Bronislaw Malinowski, The Essentials of Kula (1922)
2. A.R. Radcliffe-Brown, The Mother’s Brother in South Africa (1924)
3. E.E. Evans-Pritchard, The Nuer of the Southern Sudan (1940)
4. Max Gluckman, The Licence in Ritual (1956) [1-4 มาจาก text book ของ R. Jon McGee and Richard L. Warms, Anthropological Theory: An Introductory History (2004: p.153-215)]
5. Perry, Richard John (2003: 133-158)
6. Layton, Robert. An introduction to theory in anthropology, United Kingdom: United Kingdom Press, 1997, p.27-62.
7. Stocking, George W. (1995: 233-297, 63-97)
8.Bohannan, Paul, and Mark Glazer. High Points in Anthropology. 2nd ed. New York: Alfred A. Knopf, 1988. p.272-316.
9.Goody, Jack. The Expansive Moment: The rise of social anthropology in Britain and Africa 1918-1970. Great Britain: Cambridge University Press, 1955.
10. สุวิดา ธรรมมณีวงศ์, หวยใต้ดิน - บนดิน: ปัญหาเชิงโครงสร้าง, ใน วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 24 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2547, น.145-168.
C: รอยต่อระหว่างโครงสร้างนิยมและหลังโครงสร้างนิยม
สัปดาห์ที่- 6 ครั้งที่ 1
1. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร, สัญวิทยา, โครงสร้างนิยม, หลังโครงสร้างนิยม กับการศึกษารัฐศาสตร์ = Semiology, Structuralism, Post-Structuralism and the Study of Political Science. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2545.
- แฟร์ดิน็อง เดอ โซซูร์ กับพัฒนาการของวิธีการหาความรู้แบบโครงสร้างนิยม (น.3-38)
2. 11. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์, เชิงอรรถวัฒนธรรมไทย, กรุงเทพ: สำนักพิมพ์วิภาษา, 2546
- คำนำเสนอ โดย นพพร ประชากุล, น.vii-xvii.
- จากคำขวัญวันเด็กฯ ถึงรถถังเด็กเล่น (น.58-64)
- จากหลิวเจียวถึงดาวพระศุกร์ (น.88-95)
สัปดาห์ที่- 6 ครั้งที่ 2
1. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร (2545)
-โครงสร้างนิยมในแวดวงมานุษยวิทยา (น.39-90)
2. แคทเธอรีน เบลซีย์, หลังโครงสร้างนิยม: ฉบับย่อ (แปล) อภิญญา เฟ่ืองฟูสกุล, กรุงเทพ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2549
- ผู้ดำรงอยู่ด้วยความต่าง (น.1-34)
สัปดาห์ที่- 7 ครั้งที่ 1
1. แคทเธอรีน เบลซีย (2549)
- ความแตกต่างและวัฒนธรรม (น.35-75)
- ความแตกต่างและความปราถนา (น.76-109)
สัปดาห์ที่- 7 ครั้งที่ 2
1. แคทเธอรีน เบลซีย (2549)
- ความแตกต่างหรือความจริง? (น.110-146)
- เสียงต่อต้าน (น.147-180)
2. Barnard, Alan (2004)
- Structuralism, from linguistics to anthropology (p.120-138)
- Poststructuralists, feminists, and (other) mavericks (p.139-157)
อ่านประกอบเพิ่มเติม
1.เชษฐา พวงหัตถ์, Structuration Theory ของ Anthony Giddens และการหาทางออกให้กับปัญหาทวิลักษณ์นิยมในสังคมวิทยา, ใน วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 24 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2547, น.68-106.
สัปดาห์ที่ 8 - ครั้งที่ 1
สนทนาประสาอาจารย์กับนักศึกษาเตรียมการสอบกลางภาค ผมจะแนะนำการทำข้อสอบ ดังนั้นคิดว่าคงไม่มีใครตั้งใจพลาดการเสวนาที่สำคัญนี้นะครับ
สัปดาห์ที่ 8 - ครั้งที่ 2 งดบรรยาย (สอบ)
D: มานุษยวิทยาสัญลักษณ์และการตีความ (Symbolic and Interpretive Anthropology)
สัปดาห์ที่ 9 - ครั้งที่ 1
1. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร (2545)
- สัญวิทยา (Semiology) (น.91-256)
2. นพพร ประชากุล
-โรล็องด์ บาร์ตส์, มายาคติ = Mythologies ใน วรรณพิมล อังคศิริสรรพ, ผู้แปล ; นพพร ประชากุล, บรรณาธิการ. พิมพ์ครั้งที่ 2., กรุงเทพมหานคร : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ, 2547.
สัปดาห์ที่ 9 - ครั้งที่ 2
Mary Douglas, External Boundaries (1966)
Victor Turner, Symbols in Ndembu Ritual (1967)
Cliford Geertz, Deep Play: Notes on the Balinese Cockfight (1973)
สัปดาห์ที่ 10 ครั้งที่ 1 (เล่ม 1-2 นักศึกษาแบ่งกลุ่มอ่านและเตรียมบรรยายหน้าชั้นเรียนในแต่ละบทที่เลือก)
1.เจอรัลด์ ดี แบรีแมน, เบื้องหลังหน้ากาก (แปล) อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย, กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2549.
2.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, คนใน, กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), พ.ศ 2545.
E: ทฤษฎีมานุษยวิทยาหลังสมัยใหม่
สัปดาห์ที่ 10 ครั้งที่ 2
1.จามะรี เชียงทอง, สังคมวิทยา: การพัฒนา, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2549.
- ปรัชญาและข้อถกเถียงของระบบทุนนิยม (น.1-28)
2. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. วาทกรรมการพัฒนา : อำนาจ ความรู้ ความจริง เอกลักษณ์ และความเป็นอื่น = Development Discourse : Power, Knowledge, Truth, Identity and Otherness. พิมพ์ครั้งที่ 2, ฉบับปรับปรุงใหม่. ed. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2542.
- การพัฒนากับความเป็นอื่น (น.[11] - [22])
- วาทกรรมกับการพัฒนา (น.1-42)
สัปดาห์ที่ 11 ครั้งที่ 1
1. ไชยรัตน์, เจริญสินโอฬาร. รัฐ-ชาติกับ (ความไร้) ระเบียบโลกชุดใหม่ = Nation-State and the New World (Dis)Order. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2549.
- บทนำ (น. [11]-[19])
- สถานการณ์ของโลกยุคหลังสงครามเย็น (น.1-25)
สัปดาห์ที่ 11 ครั้งที่ 2
1. ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร (2549)
- การสลายเส้นแบ่งและการลากเส้นแบ่งใหม่
อ่านเพิ่มเติม
2.Deleuze, G. and F. Guattari. A Thousand Plateaus: Captalism & Schizophrenia and Foreword by Brian Massumi. Minneapolis: University of Minnesota Press, 1988.
3. Appadurai, A (1996)
4. Harvey, D (1989)
5. Spivak, G (can subaltern speak)
สัปดาห์ที่ 12 ครั้งที่ 1 (แบ่งกลุ่มอ่านและเตรียมบรรยายหน้าชั้นเรียนในแต่ละเนื้อหาที่เลือก)
1. Appignanesi, Richard. สู่โลกหลังสมัยใหม่ (แปล) วรนุช จรุงรัตนาพงศ์, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก, 2548.
2. จันทนี เจริญศรี, โพสต์โมเดิร์น & สังคมวิทยา, กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2544, (น.1-86)
สัปดาห์ที่ 12 ครั้งที่ 2
1. Renato Rosaldo, Grief and a Headhunter’s Rage (1989)
2. Vincent Crapanzano, Hermes’ Dilemma: The Masking of Subversion in Ethnographic Description (1989)
สัปดาห์ที่ 13 ครั้งที่ 1
1. Barnard, Alan (2004)
- Interpretive and postmodernist approaches (p.158-184)
- นัดพบอาจารย์รายบุคคลหรือกลุ่มเพื่อปรึกษารายงานนอกเวลาชั้นเรียนปกติ
F: เสวนา แลกเปลี่ยน ปรับปรุงรายงานสุดท้าย เตรียมสอบ และสรุปทบทวนความรู้
สัปดาห์ที่ 13 ครั้งที่ 2 - สัปดาห์ที่ 16 ครั้งที่ 1 (รวม 6 ครั้ง)
- นักศึกษาตัวอย่างนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน
- นัดพบอาจารย์รายบุคคลหรือกลุ่มเพื่อปรึกษารายงานนอกเวลาชั้นเรียนปกติ
- สรุปทบทวนความรู้
- สัปดาห์ที่ 16 ครั้งที่ 1 วันสุดท้ายของการเรียน
- วันสุดท้ายของการส่งรายงาน คือ สัปดาห์ที่ 15 ครั้งที่ 1
เอกสารอ้างอิง
ภาษาอังกฤษ
Barnard, Alan J. History and Theory in Anthropology. Cambridge, U.K.: Cambridge University Press, 2000.
Bohannan, Paul, and Mark Glazer. High Points in Anthropology. 2nd ed. New York: Alfred A. Knopf, 1988.
Herzfeld, Michael. Anthropology : Theoretical Practice in Culture and Society. Malden, Mass.: Blackwell Pub., 2001.
Kuper, Adam. The Reinvention of Primitive Society : Transformations of a Myth. 2nd ed. London: Routledge, 2005.
Malinowski, Bronislaw. Argonauts of the Western Pacific ; an Account of Native Enterprise and Adventure in the Archipelagoes of Melanesian New Guinea. New York,: Sutton, 1953.
———. Magic, Science and Religion and Other Essays. Garden City, N.Y.,: Doubleday, 1954.
———. The Sexual Life of Savages in North-Western Melanesia : An Ethnographic Account of Courtship, Marriage, and Family Life among the Natives of the Trobriand Islands, British New Guinea. London: Routledge & Kegan, 1957.
Malinowski, Bronislaw, Robert J. Thornton, Peter Skalink, and Ludwik Krzyzanowski. The Early Writings of Bronislaw Malinowski. Cambridge, U.K.: Cambridge University Press, 1993.
Malinowski, Bronislaw, and Michael W. Young. The Ethnography of Malinowski : The Trobriand Islands 1915-18. London: Routledge & Kegan Paul, 1979.
McGee, R. Jon, and Richard L. Warms. Anthropological Theory : An Introductory History. 3rd ed. Boston: McGraw-Hill, 2004.
Moore, Henrietta L. Space, Text, and Gender : An Anthropological Study of the Marakwet of Kenya. New York: Guilford Press, 1996.
Moore, Henrietta L., and Todd Sanders. Anthropology in Theory : Issues in Epistemology. Malden, Mass.: Blackwell Pub., 2006.
Perry, Richard John. Five Key Concepts in Anthropological Thinking. Upper Saddle River, N.J.: Prentice Hall, 2003.
Stocking, George W. After Tylor : British Social Anthropology, 1888-1951. Madison, Wis.: University of Wisconsin Press, 1995.
Stones, Rob. Structuration Theory, Traditions in Social Theory. Basingstoke England:
Palgrave Macmillan, 2005.
ภาษาไทย
การ์บาริโน, เมอวิน เอส, จุไรรัตน์ จันทร์ธำรง และยุพา คลังสุวรรณ. ประวัติทฤษฎีทาง
มานุษยวิทยาสังคมและวัฒนธรรมโดยสังเขป แปลจาก Sociocultural Theory in
Anthropology : A Short History. กรุงเทพฯ,: แผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 1977.
ปริตตา, กออนันตกูล. คนใน : ประสบการณ์ภาคสนามของนักมานุษยวิทยาไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์
มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2545.
ไชยรัตน์, เจริญสินโอฬาร. วาทกรรมการพัฒนา : อำนาจ ความรู้ ความจริง เอกลักษณ์ และ
ความเป็นอื่น = Development Discourse : Power, Knowledge, Truth, Identity and Otherness. พิมพ์ครั้งที่ 2, ฉบับปรับปรุงใหม่. ed. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2542.
———. สัญวิทยา, โครงสร้างนิยม, หลังโครงสร้างนิยม กับการศึกษารัฐศาสตร์ = Semiology, Structuralism, Post-Structuralism and the Study of Political Science. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2545.
———. รัฐ-ชาติกับ (ความไร้) ระเบียบโลกชุดใหม่ = Nation-State and the New World (Dis)Order. กรุงเทพฯ: วิภาษา, 2549.
ยศ, สันตสมบัติ. มนุษย์กับวัฒนธรรม. ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3, แก้ไขเพิ่มเติม. ed. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2544.
Googleblog นี้ คือพื้นที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อสำรองการเผยแพร่การนำเสนอบทเรียนสำหรับวิชา ทฤษฎีมานุษยวิทยา และ วิชาสังคมวิทยาเมือง ของแผนกวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นักศึกษาและผู้สนใจทุกท่านสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่นะครับ ด้วยความยินดีในฐานะเจ้าบ้าน
ขอต้อนรับนักศึกษาและผู้สนใจทุกท่าน
ผมขอต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม blog ของผมนะครับ blog นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ จากการเรียนการสอนวิชา Anthropology Theory และ วิชา Urban Sociology หัวข้อที่สำคัญหัวข้อหนึ่งก็คือ นักศึกษาในชั้นเรียนได้ตั้งคำถามเพื่อศึกษาวิจัยระยะสั้นในสองวิชาที่อยู่ระหว่างการเรียนใน ปีการศึกษา 2550 เทอมที่ 1 หรือตั้งคำถามไว้ที่ VC คณะก็สะดวกนะครับ
ผมยินดีมากที่นักเดินทางท่องพื้นที่เสมือนจะให้เกียรติแสดงความคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและตัวผมเองเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ และความก้าวหน้าของนักศึกษา
ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องบอกข้อห้าม เพราะผมคิดว่าทุกสิ่งที่ทุกท่านแสดงออกมาในพื้นที่นี้ คือมารยาทที่ดีในการแสดงออกของสุภาพชน (ผมเชื่อเช่นนั้น)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น