ขอต้อนรับนักศึกษาและผู้สนใจทุกท่าน

ผมขอต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม blog ของผมนะครับ blog นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ จากการเรียนการสอนวิชา Anthropology Theory และ วิชา Urban Sociology หัวข้อที่สำคัญหัวข้อหนึ่งก็คือ นักศึกษาในชั้นเรียนได้ตั้งคำถามเพื่อศึกษาวิจัยระยะสั้นในสองวิชาที่อยู่ระหว่างการเรียนใน ปีการศึกษา 2550 เทอมที่ 1  หรือตั้งคำถามไว้ที่ VC คณะก็สะดวกนะครับ 

ผมยินดีมากที่นักเดินทางท่องพื้นที่เสมือนจะให้เกียรติแสดงความคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและตัวผมเองเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ และความก้าวหน้าของนักศึกษา


ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องบอกข้อห้าม เพราะผมคิดว่าทุกสิ่งที่ทุกท่านแสดงออกมาในพื้นที่นี้ คือมารยาทที่ดีในการแสดงออกของสุภาพชน (ผมเชื่อเช่นนั้น) 

วันศุกร์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

บทบรรณาธิการ

ก่อนอื่นขอแจ้งเกิด บล็อกใหม่เพื่อนบ้านคือ "เมืองบุหงาตานี" หรือ bungatani-city สำหรับคนที่ได้คะแนนมาก เต็มและเกือบเต็ม แต่หากไม่ตั้งสติกับเวลาที่เหลือ หนึ่งเดือน คุณจะล้าหลังและวิ่งตามเพื่อนของคุณทันที สำหรับผู้ที่ได้คะแนนปานกลางจนถึงน้อย ผมอยากให้คิดว่า การสอบที่ผ่านมา เป็นเพียงแค่ 1 ใน 4 แค่นั้น คุณอาจจะได้ เกรด A ยากกว่าคนอื่นบ้าง แต่ผมอยากจะบอกว่าสำหรับเวลาที่เหลือหนึ่งเดือน พอที่จะทำให้คุณได้ A อีกซัก 1 ตัว หรือตัวแรกสำหรับใครบางคน ไม่ยากหรอกครับ กับการตั้งใจเรียน ให้ความสนใจเรียน และวิจัยพร้อมๆ กับการเรียน พอถึงเวลาสอบคุณไม่ต้องเตรียมตัว ใช้เวลาสำหรับวิชาอื่นให้เต็มที่ เพราะสิ่งที่คุณทำมาแล้วคือ สิ่งที่คุณจะนำมาใช้ในการสอบ ไม่มีเซอไพรซ์ ที่คุณจะได้รับจากข้อสอบ ปลายภาคข้อสอบก็อาจจะเหมือนเดิมหรือใกล้เคียง ดังนั้น การฝึกคิดในห้องเรียน กับวิจัย คือกุณแจสำหรับ A ในวิชาผม ซึ่งรวมถึงสังคมวิทยาเมืองด้วยนะครับ

เวลาหนึ่งเดือนที่เหลือคือเวลาที่หนักสำหรับคุณในรอบเทอม ขอให้ตั้งสติให้ดีครับ ได้ A ซัก วิชาสองวิชา ในเทอมท้ายๆ ของการศึกษา น่าจะพอนำไปโชว์เพื่อต่อสู้สำหรับอนาคตที่ยังต้องเดินทางอีกยาวไกล แต่สิ่งที่อยากเตือนอีกก็คือ การได้เกรดดีๆ ไม่ใช่สิ่งที่จะวัดความรู้ของคุณได้ดีที่สุด แต่การนำความรู้ไปใช้ และการมีชีวิตอยู่อาศัยในความรู้ สร้างความรู้ ขยายความรู้ไม่หยุดนิ่ง คือสิ่งที่คุณควรจะปราถนามากกว่า

ขอบคุณครับ

วันจันทร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ถามตอบทฤษฎีมานุษยวิทยานะครับ 1

ผมนำข้อมูลที่นักศึกษาปรึกษากับผม มาเผยแพร่ ต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เชิญทุกท่านอ่านและแสดงความคิดเห็นได้นะครับ


สอบถามอาจารย์เรื่องงาน
โดย ยุต์มนาฏ บุญราม - เสาร์, 23 มิถุนายน 2007, 03:35 PM
 
ถ้าดิฉันสนใจในเรื่อง ผลกระทบจากการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้กรณีศึกษา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จะได้รึปล่าวค่ะ ขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยค่ะ โดยในการสัมภาษณ์นั้นจะสัมภาษณ์ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไป ว่ามีได้รับผลกระทบท่ต่างกันอย่างไรบ้าง


ตอบ
สอบถามอาจารย์เรื่องงาน
โดย Bundit Grivijitr - จันทร์, 25 มิถุนายน 2007, 01:05 PM

คุณควรหาเรื่องที่จะศึกษา หรือวิธีการที่จะศึกษา ที่เหมาะสมกับเวลาที่จำกัดนะครับ ที่จะลงภาคสนามได้ หรือมีวิธีอื่นที่ไม่ต้องลงภาคสนาม เพราะผมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของคุณที่สุด
การศึกษาเรื่องนี้โดยไม่ลงภาคสนาม อาจจะทำให้เรื่องนี้ศึกษาได้ยากขึ้น ไม่ทราบว่าคุณมีทางออกอย่างไร (ในฐานะอาจารย์ประจำวิชาหากผมไม่อนุญาตให้ลงภาคสนาม) ทางออก เช่น ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาคใต้
อ้อ ผมอยากทราบว่าคุณอ่านเรื่องปัญหาภาคใต้มามากน้อยแค่ไหน ช่วยส่งรายชื่อหนังสือ และผู้แต่งให้ผมหน่อยครับ เพราะผมอาจจะแนะนำเรื่องที่ศึกษาได้
หากคุณจะศึกษาวิจัยเรื่องการนำเสนอทางแก้ไขปัญหาภาคใต้ ในฟิลด์เอกสารคุณจะสนใจใหม ซึ่งไม่ใช่การลงพื้นที่ ผมสนใจนะ ว่าที่ผ่านมาได้มีการเสนอความรุ้อะไรกันออกมาบ้าง ทั้งในกลุ่มนักวิชาการนักกิจกรรม ในกลุ่มมุสลิม และกลุ่มอื่นๆ คุณอาจจะศึกษา เฉพาะกลุ่มมุสลิมก็ได้
ตอบผมกลับมาใหม่นะครับ


ตอบ: สอบถามอาจารย์เรื่องงาน
โดย ยุต์มนาฏ บุญราม - อังคาร, 26 มิถุนายน 2007, 12:25 PM

ในเรื่องของการศึกษา ผลกระทบจากการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ของหนูจะขอเน้นย้ำว่ากรณีศึกษาเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งหนูเองก็อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาสอยู่แล้ว กลับบ้านทุก ๆ 2 สัปดาห์ ในเรื่องของความปลอดภัยนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะยังไงก็เป็นคนในพื้นที่
ในการศึกษานั้นหนูจะแบ่งกลุ่มคนที่ศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประชาชนทั่วไปและอีกกลุ่มคือกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยจะเปรียบเทียบผลกระทบที่ได้รับว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ได้รับผลกระทบด้านใดบ้าง เหล่านี้ โดยกรณีศึกษานี้อาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มละเท่า ๆกัน และคำถามที่จะใช้ในการสัมภาษณ์ก็จะแบ่งออกเป็น 2 ชุดเช่นกันค่ะ ถ้าหากเรื่องของหนูผ่านและอาจารย์เห็นด้วย หนูจะได้ส่งตัวอย่างแบบสอบถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์มาให้อาจารย์ช่วยดูอีกทีค่ะเป็นต้น
ส่วนเอกสารที่ใช้ในการศึกษานั้นหนูมีเอกสารมากพอสมควรค่ะ แต่หนูจำชื่อหนังสือไม่ได้ มีทั้งหนังสือที่เขียนขึ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น ตัวอย่างบทสัมภาษณ์ เบอร์ซาตู จะมีบ้างในหนังสือบางเล่ม ส่วนในเรื่องของการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินนั้น หนูก็มีรายละเอียดในเรื่องนี้อย่างดี เพราะจะมีเอกสารที่ใช้ในการอบรมหรือสัมนาของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบในการทำงานครั้งนี้ด้วย คือจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ พรก.ฉุกเฉินอย่างละเอียด ทั้งวันที่ประกาศใช้ หลักการ แนวทาง ตลอดไปจนถึงตัวอย่างหนังสือที่ใช้ในการบันทึกการจับกุมผู้ต้องสงสัยฯ ว่ามีอะไรบ้าง ต้องบันทึกอย่างไร รายละเอียดส่วนสำคัญมีอย่างไร เหล่านี้เป็นต้นค่ะ ในด้านการศึกษานั้นส่วนใหญ่แล้วหนูก็ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ฯอยู่แล้ว แต่ที่ศึกษาได้ละเอียดกว่านั้น คือ เอกสารที่ทางตำรวจไปประชุมร่วมกัน จะมีความละเอียดมากกว่า และน่าสนใจมากกว่าหนังสือที่เขียนทั่วไป อาจเป็นเพราะว่าเรารู้อะไรที่ดี ๆมากกว่า ส่วนในหนังสือนั้นที่หนูเคยศึกษานั้นมักจะเน้นไปในทางประวัติศาสตร์ ย้อนอดีตเสียมากกว่าเหตุการณ์ปัจจุบัน
ในส่วนที่นอกเหนือจากนี้ หนูขอคำแนะนำจกอาจารย์เพิ่มเติมอีกครั้งนะคะ ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ในเขตเทศบาลมีความปลอดภัยดี ถ้ายังไงหนูก็รบกวนอาจารย์ตอบอย่างเร่งด่วนนะคะ เพราะว่าสิ้นเดือนนี้หนูจะกลับบ้าน จะได้ทำการเก็บข้อมูลเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
น.ส.ยุต์มนาฏ บุญราม


ตอบ: สอบถามอาจารย์เรื่องงาน
โดย Bundit Grivijitr - อังคาร, 26 มิถุนายน 2007, 01:11 PM
 
จะเปรียบเทียบผลกระทบที่ได้รับว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ได้รับผลกระทบด้านใดบ้าง เหล่านี้ โดยกรณีศึกษานี้อาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มละเท่าๆ กัน
หากคุณยืนยันว่าปลอดภัยและสามารถกลับไปศึกษาที่บ้านได้ อาจารย์ก็อนุญาต แต่เนื้อหาที่คุณบอกว่าจะใช้แบบสอบถามสัมภาษณ์นั้น ผมต้องการอ่านคำถามนะครับ
คำถามที่ต้องการให้คุณตอบโดยด่วนก่อนก็คือ
1.ผลกระทบที่คุณเข้าใจนั้นคือผลกระทบในแง่ไหน อะไรบ้าง
2.คุณตัดสินใจว่าจะใช้แบบสอบถามหรือยัง ? อาจารย์คิดว่า แบบสอบถามมันเหมาะสำหรับการศึกษาในลักษณะเชิงปริมาณ แต่ในวันนี้ในหลักสูตรผมต้องการให้คุณฝึกเรื่อง การวิจัยที่เรียกว่า "ชาติพันธุ์วรรณา" ซึ่งในศาสตร์สาขาอื่น ได้ประยุกติ์ไปใช้แล้วเรียกว่า การวิจัยเชิงคุณภาพ แต่ผมไม่เรียกเช่นนั้นและยังต้องการเรียกว่า ชาติพันธุ์วรรณา ถึงแม้ไม่ใช่การศึกษาชาติพันธุ์หรือ ethnic group ผมต้องการให้คุณใช้วิธีการสัมภาษณ์ และการใช้ชีวิตตนเองในการสังเกต บันทึกและนำมาวิเคราะห์ ดังนั้น ในรูปแบบการทำแบบสอบถามนั้นผมไม่เห็นด้วยเพราะคุณจะไม่ได้ฝึกสิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญในหลักสูตร
3.คุณช่วยเขียน เกี่ยวกับ
-ความเป็นมาและปัญหา
-ข้อสมมุติฐาน
-วิธีการศึกษา
มาพอสังเขปให้ผมได้อ่านก่อนนะครับก่อนที่จะเริ่มทำอะไรไปมากกว่านี้


ตอบ: สอบถามอาจารย์เรื่องงาน
โดย Bundit Grivijitr - อังคาร, 26 มิถุนายน 2007, 02:45 PM

ผมคิดว่าเรื่องการศึกษาภาคสนามของคุณนั้นเหมาะสมหรือไม่ผมจะขอปรึกษา อาจารย์ผู้ใหญ่ก่อนนะครับ แต่หากคุณสนใจศึกษาเรื่องนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ก็สามารถเขียนตามที่ผมแนะนำไปได้ เพียงแต่ในเรื่องวิธีการอยากให้คุณคิดเผื่อหากไม่ลงพื้นที่จะทำอย่างไร


ส่งหัวข้อวิจัยครับ
โดย นาย วนภัทร์ แสงแก้ว - อาทิตย์, 24 มิถุนายน 2007, 04:55 PM
 
อาจารย์บัณฑิตครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาเกี่ยวกับหัวข้อที่ผมสนใจจะศึกษาอยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำผมได้เป่าครับว่ามันเหมาะสมและดีหรือไม่ที่จะศึกษาเรื่องนี้
เรื่องที่ผมสนใจอยากศึกษาวิจัยในตอนนี้คือ  การดูหนังเอกซ์ของนักศึกษา
ตอบ: ส่งหัวข้อวิจัยครับ
โดย Thitima Pinyosamosorn - จันทร์, 25 มิถุนายน 2007, 12:26 PM
 
* เป็นความชอบส่วนตัวป่ะกอล์ฟ 55+
* เอาตัวเองเป็นกรณีศึกษาเองเลยด้วยอ่าวเนี่ย...อิอิ 
ตอบ: ส่งหัวข้อวิจัยครับ
โดย Bundit Grivijitr - จันทร์, 25 มิถุนายน 2007, 12:57 PM
 
ผมอยากให้คุณช่วยบรรยายเพิ่มมาหน่อยว่า คุณจะศึกษาอะไรเกี่ยวกับ การดูหนัง X
ปล.หากมานุษยวิทยาไม่ศึกษาเรื่องนี้ จะปล่อยให้แพทย์ศึกษาแค่นั้นเหรอ เพราะคุณคงเคยได้ยินมาบ้างในข้อกล่าวหาว่า การดูหนังโป๊คือโรคทางจิตอย่างหนึ่ง อ้อ ในทางปรัชญาก็มีการศึกษากันครับ



มะนูซี
โดย มะนูซี สาวัน - จันทร์, 25 มิถุนายน 2007, 12:32 PM
 
หัวข้อที่สนใจศึกษา คือ ปอเนาะ มรดกทางการศึกษาของสามจังหวัดชายแดนใต้ คับ  อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรช่วยตอบผมมาด้วยคับ



ตอบ: มะนูซี
โดย Bundit Grivijitr - จันทร์, 25 มิถุนายน 2007, 12:49 PM
 
ผมเห็นด้วยกัปประเด็นปอเนาะครับน่าสนใจที่จะอ่านจากงานศึกษาของคุณ
แต่ผมยังเห็นว่าชื่อหัวข้อมีลักษณะดาดดื่นทั่วไป ผมไม่อยากให้คุณคิดว่า รายงานจะคล้ายๆ กับ หัวข้อบทความหนังสือพิมพ์ OK ไม่ใช่ปัญหาของคุณคนเดียวเพราะเพื่อนๆ คุณก็ตกอยู่ในสภาวะเดียวกันนะครับ

การตั้งคำถามจะต้องทำให้เห็นถึงประเด็นที่คุณจะเข้าไปศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว สำหรับในวิชานี้ผมหวังว่าจะให้นักศึกษาได้ผ่านการคิด กับหัวข้อศึกษา ลงมือวิจัยและการเขียนรายงานวิจัย
ดังนั้น ผมเห็นด้วยกับเรื่องปอเนาะ แต่ยังคงคิดว่าคุณควรเปลี่ยน ชื่อเรื่องหัวข้อ คุณอาจจะลงบรรยายมาให้ผมอ่าน แล้วตั้งประเด็นที่คุณยังไม่เข้าใจที่ต้องการค้นคว้าออกมา อาจจะเป็นประเด็นเล็กๆ ของปอเนาะครับ



หนูชื่อสวรรยา  บุญศิริ  4730643
e-mail  baimaiphi@hotmail.com
ข้าพเจ้าสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับแนวความคิดของความตายตลอดจนพิธีกรรมและคติความเชื่อของความตาย
จึงขอคำแนะนำจากอาจารย์ด้วยค่ะ



ตอบ: พิธีกรรมและคติความเชื่อเกี่ยวกับความตาย
โดย sawanya bunsiri - เสาร์, 23 มิถุนายน 2007, 10:53 AM
 
หนูคิดว่าคติความเชื่อเกี่ยวกับความตายเป็นรากฐานให้เกิดพิธีกรรม หนูจึงสนใจที่จะศึกษา โดยหนูพอมีพื้นฐานความรู้มาบ้างเกี่ยวกับคติความเชื่อเกี่ยวกับความตาย เช่นคติความเชื่อจากศาสนาพุทธ ซึ่งมีผลต่อพิธีกรรมในการจัดการกับศพ และในบางครั้งอาจแฝงแนวคิดเพื่อสอนคนเป็นโดยใช้ศพเป็นสื่อ  ยกตัวอย่างเช่นการใส่เหรียญไว้ในปากศพ เป็นการสอนคนเป็น ว่าแม้มีทรัพย์สินมากมาย หรือมีเพียงเล็กน้อย เมื่อตายก็ไม่สามารถเอาไปได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในปากของตนเองแล้วก็ตาม
ส่วนกลุ่มตัวอย่างคือหมู่บ้านบางดาน อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นหมู่บ้านของหนูเองค่ะ



ตอบ: พิธีกรรมและคติความเชื่อเกี่ยวกับความตาย
โดย Bundit Grivijitr - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 12:58 AM
 

เป็นเรื่องที่ทำได้และน่าสนใจ แต่นะครับ แต่ ฮะแฮ่ม ดังต่อไปนี้


1.ควรตั้งชื่อเรื่องให้แคบลงหน่อยนะครับ เช่นลงอาณาบริเวณพื้นที่ได้ใหม แห่งภาคใต้, สามจังหวัดภาคใต้ หรือลงแยกเป็นกลุ่มคนทางศาสนา อิสลาม พุทธ แล้วลงภาคใต้ หรือภาคไหน
2.มีคำพูด สามคำ "แนวคิดเกี่ยวกับความตาย", "พิธีกรรม-ความตาย?" และ "ความเชื่อเกี่ยวกับความตาย" ผมคิดว่าสามารถนำประเด็นใดประเด็นหนึ่งมาเป็นประเด็นนำได้ โดยประเด็นอื่นตามอีกทีหนึ่ง คุณควรจะเลือกนะครับ แล้วตามประเด็นที่ 1 มาต่อท้ายว่าที่ไหน หรือกลุ่มศาสนาอะไร
3.เรื่องนี้จะมีกลิ่นอายทางแนวคิดมานุษยวิทยาค่อนข้างมาก ผมสนับสนุนให้ทำอย่างมาก และมีงานคนอื่นศึกษาไว้แล้วบ้างพอที่จะนำมาอ่านเทียบเคียง 
4. ผมขอให้คุณค้นหนังสือวิทยานิพนธ์จากธรรมศาสตร์ และ ม.อ. ในเวิดร์ ความตาย สัปปะเหร่อ พิธีกรรมความตาย อะไรเทือกนี้ ดูว่ามีหนังสืออะไรบ้าง ในบางเล่มเราสามารถขอยืมต่างมหาวิทยาลัยได้
เสร็จแล้วติดต่อผมอีกครั้งนะครับ


ควรจะเลือกหัวข้อไหนดี
โดย นางสาวโซฟียา สะมะลี - อังคาร, 19 มิถุนายน 2007, 02:30 PM
 
อาจารย์ค่ะ พอดีหนูคิดหัวข้องานวิจัย  2  หัวข้อด้วยกัน  นั่นคือ หัวข้อเกี่ยวกับความรักของกะเทย  คือ จะนำเสนอในแง่ความรักของกะเทยต่อเพศชายค่ะ  คือหนูได้รับรู้ว่ากะเทยยังเหมือนผู้หญิงในแง่เรื่องความรัก  หนูอยากจะศึกษาในแง่การแสดงออกของกะเทยต่อคู่รัก   หรือในแง่ของความรู้สึกลึกๆที่ต้องการการตอบสนองจากคนรักทำนองนี้ค่ะ    ซึ่งบางครั้งส่วนใหญ่กะเทยจะถูกชายคู่รัก เข้ามาเพื่อจะหาผลประโยชน์บางอย่าง แต่ว่ากะเทยส่วนใหญ่ก้ยอม แล้วก้อยากทราบว่าเพื่ออะไร   แล้วทีนี้หนูควรจะเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้างหรือว่าควจจะเป็นไปในทิศทางใด   และอีกหัวข้อหนึ่งหนูอยากจะทำในประเด็นเรื่องเหตุจูงใจใดที่ทำให้น . ศ . ไทยพุทธชั้นปี 1นอกพื้นที่ เข้ามาศึกษาต่อที่มอ. ปัตตานี ในสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ค่ะ  อาจารย์ช่วยแนะนำหนูหน่อยค่ะ ว่าหัวข้อไหนน่าสนใจกว่า หรือไม่น่าสนใจเลย  (แย่จัง )    ขอบคุณค่ะจารย์



ตอบ: ควรจะเลือกหัวข้อไหนดี
โดย นางสาวสมฤดี สงวนแก้ว - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 05:33 PM
 
ไน่สนใจทั้งสองเรื่องเลย  ล้อเล่น
สนใจเรื่องความรักของกะเทยว่า  ประโยชน์ของการศึกษานี้อยู่ที่ใด  และ  หัวข้อนี้ยังรูสึกว่าเป็นแง่มุมของจิตวิทยามากเกินไป    และการตั้งคำถามแบบนี้เหมือนมีแนวคำตอบอยู่ในใจแล้ว  ลองคิดให้ละเอียดกว่านี้อีกนิดว่ากะเทยมีแง่มุมอะไรบ้างที่สามารถนำมาถ่ายทอดเนื้อหาหรือแตกความคิดอะไรได้อีก  ไม่น่าจะมุ่งไปที่ความรักแต่เพียงจุดเดียว  "555"

ตอบ: ตอบหัวข้อหนูหน่อย
โดย น.ส.นาฏนภา บัวทอง - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 02:49 PM

น่าสงสารจังเลย..อิอิ...อย่างอนมากนะเดี๋ยวแก่เร็ว...ฮ่าๆๆๆ จาก..คนงามอย่างแรง
ตอบ: ตอบหัวข้อหนูหน่อย
โดย Bundit Grivijitr - ศุกร์, 22 มิถุนายน 2007, 12:24 AM
 
1.ความรักของกะเทย คือ จะนำเสนอในแง่ความรักของกะเทยต่อเพศชายค่ะ 
คือหนูได้รับรู้ว่ากะเทยยังเหมือนผู้หญิงในแง่เรื่องความรัก 
หนูอยากจะศึกษาในแง่การแสดงออกของกะเทยต่อคู่รัก 
หรือในแง่ของความรู้สึกลึกๆที่ต้องการการตอบสนองจากคนรักทำนองนี้ค่ะ 
ซึ่งบางครั้งส่วนใหญ่กะเทยจะถูกชายคู่รัก เข้ามาเพื่อจะหาผลประโยชน์บางอย่าง แต่ว่ากะเทยส่วนใหญ่ก้ยอม แล้วก้อยากทราบว่าเพื่ออะไร 
แล้วทีนี้หนูควรจะเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้างหรือว่าควจจะเป็นไปในทิศทางใด 


2.ประเด็นเรื่องเหตุจูงใจใดที่ทำให้น . ศ . ไทยพุทธชั้นปี 1นอกพื้นที่ เข้ามาศึกษาต่อที่มอ. ปัตตานี ในสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ค่ะ อาจารย์ช่วยแนะนำหนูหน่อยค่ะ ว่าหัวข้อไหนน่าสนใจกว่า หรือไม่น่าสนใจเลย (แย่จัง ) ขอบคุณค่ะจารย์



ตอบ
อาจารย์แยกหัวข้ออกมาทั้งสองหัวข้อเลยนะ
อาจารย์คิดว่าน่าสนใจทั้งสองหัวข้อครับ
พูดถึงว่าทำไมอาจารย์สนใจก่อนก็แล้วกัน เริ่มจากประเด็นที่ 2 ก่อนนะครับ มันน่าสนใจที่ โซฟียา คือมุสลิม ที่ให้ความสนใจต่อเด็กรุ่นน้องที่เป็นพุทธ เรียกได้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันเรายังไม่มีองค์ความรู้เรื่องนี้อยู่เลย และอาจารณ์ก็ยังไม่ได้ยินว่าใครสงสัย มันเหมือนอาจารย์สงสัยอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ไม่สงสัยดังๆ หนะครับ

การที่โซฟีสงสัยมันทำให้อาจารย์สคิดไปได้ไกลกว่าเดิม ถึงกรอบแนวคิดเรื่องความเป็นอื่น (the Other) การอยู่ท่ามกลางคนอื่น และเป็นอื่นจากสังคมที่เข้าไปอยู่ (อ่านตรงนี้ดีๆ นะครับ) เด็กเหล่านั้นมีความรู้สึกนี้หรือไม่หนอ อาจารย์สงสัย เขาอยู่อย่างไรท่ามกลางความแตกต่าง สังคมที่นี้ ที่รุ่นน้องของคุณมีชาวพุทธน้อยลง เขาอยู่ได้ อย่างที่เห็นนั่นแหละ แต่เขาอยู่อย่างไร รู้สึกอย่างไร หากมีใครศึกษาเรื่องนี้ก็จะดี ไม่ทราบว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ที่คุณ คือมุสลิมที่จะก้าวออกมาศึกษา รุ่นน้องที่เป็นพุทธ

และอีกประการหนึ่ง คุณรู้สึกอย่างไรับการที่จะศึกษา รุ่นน้องที่เป็นพุทธที่เป็นชนส่วนน้อยของที่นี้

ส่วนประเด็นที่ 1 ผมก็เห็นว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกัน คุณเลือกหยิบประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก เป็นคำชมนะครับ 

"กะเทยยังเหมือนผู้หญิงในแง่เรื่องความรัก" คำนี้แหละที่สะดุดมาก มันสลายความแตกต่างทางเพศไปพอสมควร คือถอดออกไปจากเรื่องกายภาพสู่เรื่องที่เป็นจิตใจ และ "การแสดงออกของกะเทยต่อคู่รักหรือในแง่ของความรู้สึกลึกๆที่ต้องการการตอบสนองจากคนรัก"

ผมเชื่อว่าคุณกำลังมองหาสิ่งเดียวกันกับชีวิตของคุณในสถานะของหญิง (ไม่ได้เดา) เอาเป็นว่า คุณสงสัยว่า หากกะเทย ได้ก้าวข้ามพรมแดนเพศ จะคิดหรือตั้งคำถาม หรือเรียกร้องต้องการที่แตกต่างหรือคล้ายกันอย่างไร (ผมเห็นด้วยกับอาจารย์สมฤดีที่ไม่ควรสรุปว่า เหมือนกันตั้งแต่ก่อนศึกษา) ส่วนคำตามท้ายของคุณ หรือเรียกคำสร้อย "ซึ่งบางครั้งส่วนใหญ่กะเทยจะถูกชายคู่รัก เข้ามาเพื่อจะหาผลประโยชน์บางอย่าง แต่ว่ากะเทยส่วนใหญ่ก้ยอม แล้วก้อยากทราบว่าเพื่ออะไร" ผมคิดว่าไม่น่าสนใจ เพราะหากคุณเก็บความจากเรื่องที่ผม cite คุณมาข้างต้น คำสร้อยไม่จำเป็น มันอาจจะมาจากสิ่งที่ กะเทย เสนอออกมาครับ 

หากคุณทำเรื่องนี้ ผมขอให้หลีกเลี่ยงการนิยามความรักนะครับ ซึ่งเช่นเดียวกันกับที่ได้แนะนำ ปราณี เพื่อนคุณไปแล้ว คุณยังไม่สามารถที่จะขบคิดเรื่องที่ละเอียดอ่อนขนาดนั้นหากคุณคิดกับมันได้ ก็ยากเกินไปที่จะเขียน และอาจเขียนไม่ได้ดี 

หนักใจที่จะเลือกมั๊ย

ผมไม่ให้น้ำหนักสองประเด็นนี้ว่าอะไรน่าสนใจกว่า สำหรับผม คุณน่าจะทำทั้งสองเรื่องหาก เทอมหน้าคุณยังไม่รีบจบไปก่อน ก็ขอให้คุณลงวิชา สัมนาสังคมวิทยามานุษยวิทยาแล้วทำเรื่องที่เหลืออีก ไม่อยากให้ทิ้งนะครับ



ทัศนะคติของหญิงมุสลิมที่ไม่คลุมฮิญาบ
โดย จุรีภรณ์ โกบเม็ง - อังคาร, 19 มิถุนายน 2007, 03:47 PM
 

การสร้างปัญหา คือ
1.ปัจจัยใดที่มีอิทธิพลให้เขาเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของอิสลาม
2.สิ่งแวดล้อม หรือครอบครัว มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกหรือไม่
        หนูตั้งประเด็นอย่างนี่มันกว้างไปหรือเปล่าค่ะ แล้วมันอยากต่อการสัมภาษณ์ที่จะเก้บข้อมูลไม่ค่ะ  คือไม่เจาะจงเฉพาะเด็กในมหาลัยค่ะคือความจริงหนูเองสับสนอยู่  เอาเป็นว่าอ.ช่วยแนะนำ   เปิดทางให้หนูที่หรือจะเปลี่ยนหัวข้อดีไหมค่ะ?



ตอบ: ทัศนะคติของหญิงมุสลิมที่ไม่คลุมฮิญาบ
โดย Bundit Grivijitr - พุธ, 20 มิถุนายน 2007, 04:42 PM
 
หวังว่าจะจำที่อาจารย์สอนในห้องเรียนได้ หากไม่เข้าไปในโลกของคนที่เขาอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ก็ยากที่จะเข้าใจ
คำอธิบายเรื่อง ผลต่อการตัดสินใจใดๆ ที่สำคัญในชีวิต ที่ถูกกำหนดจากสังคมนั้นเคยใช้ได้ในสถานการณ์หนึ่ง
อาจารย์อยากให้อ่านที่อาจารย์ตอบ Thitima นะครับ คลิกตรงนี้เลย

http://vc.oas.psu.ac.th/mod/forum/discuss.php?d=8642 

ที่ให้อ่านก็เพราะ ในหัวข้อนี้พูดถึงความอ้วน การกลัวอ้วน การไม่ชอบแฟนที่อ้วน มาจากสังคม ซึ่งสามารถอธิบายได้อย่างมีหลักฐานที่ดี แต่ที่นอกเหนือกว่านี้แล้วประเด็นนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถศึกษา ได้ลึกไปกว่านี้เพราะเวลามีจำกัดสำหรับคุณ Thitima เว้นแต่จะนำมาใช้ศึกษา ในวิชาเทอมหน้าคือ สัมนาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ของอาจารย์ที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะลึกซึ้งกว่านี้
สำหรับกรณีที่คุณสนใจศึกษานั้น กลุ่มคนที่จะศึกษาเขาจะยอมให้คุณศึกษาหรือไม่ เขาจะกล้าแสดงตัวหรือไม่ อันนี้ยังเป็นคำถาม ในขณะที่คุณแตกต่าง อ้อไม่ใช่สิ เขาแตกต่างจากคุณ
ผมอยากให้คุณช่วยเขียนทัศนคติของคุณต่อการไม่คลุมฮิญาบ ให้ผมอ่านหน่อยนะครับ เช่น หลักการทางศาสนาและสิ่งที่ให้สตรียึดถือเป็นแบบอย่าง อาจารย์เคยอ่านงานชิ้นหนึ่ง และได้นำมาใช้ในการเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย เกี่ยวกับ การสวมเสื้อผ้าและการตกแต่งร่างกายในประเพณีเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ Karenni น่าสนใจมาก และคิดว่าคุณจะได้ประโยชน์หากคุณจะได้อ่านบทความนั้น แต่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณ
ในทางมานุษยวิทยามีประเด็นเกี่ยวกับการสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับทางชาติพันธุ์และกลุ่มชนทางศาสนาอยู่ค่อนข้างมาก มักจะเสนอประเด็นเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางชาติพันธ์ อัตลักษณ์ทางศาสนา (หมายถึง identity)
ก่อนที่คุณจะเริ่มขยับไปสู่การไม่คลุมฮิญาบ ผมอยากให้คุณเขียนเกี่ยวกับคุณค่าของการคุลมฮิญาบก่อนจะได้ใหมครับ
อธิบายในเชิง การคลุมฮิญาบ แสดงออกถึงการยกระดับคุณค่าความเป็นหญิงที่ถูกต้องดีงามตามประเพณี ศาสนา (หรือชาติพันธุ์ด้วยหรือไม่?) สื่อถึงความภาคภูมิใจ ของการถ่ายทอดความดีงามในเชิงการยกระดับจิตใจอย่างไรบ้าง อันนี้อาจจะสะท้อนมุมมองของ ประเพณี และศาสนาโดยพยายามแยกอธิบายคนละหัวข้อนะครับ
ได้ตรงนี้ก่อนแล้วค่อยตคุยกันต่อนะครับ
ผมคิดว่า การเข้าถึงทัศนคติของคนที่ไม่สวมฮิญาบ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และหลุดจากกรอบแนวคิด มนุษย์ถูกสร้างจากสังคม สู่มนุษย์คือผู้กระทำการอิสระ และอยู่ในสถานการณ์ของความสัมพันธ์เชิงสัมภัทร์ ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง อัตลักษณ์ Identity ของเธอ มีลักษณะที่แปรเปลี่ยน ปรับปรุงได้
ประเด็นท้ายนี้ผมจะต้องคุยกับคุณภายหลังจากที่คุณเขียนในส่วนแรกมาก่อน ซึ่งผมคิดว่าคุณอาจจะต้องได้รับการดูแลการเขียนอย่างระมัดระวัง นะครับ
ไม่ทราบว่าช่วยคุณได้มั๊ย
 

ตอบ: ทัศนะคติของหญิงมุสลิมที่ไม่คลุมฮิญาบ
โดย Bundit Grivijitr - พุธ, 20 มิถุนายน 2007, 03:51 PM



ตอบ: ทัศนะคติของหญิงมุสลิมที่ไม่คลุมฮิญาบ
โดย ตรีชฎา แจ้งชาติ - อังคาร, 19 มิถุนายน 2007, 04:36 PM
 
โอ้โห จุรีภรณ์คุนแน่มากเลยนะ สวยหรออิอิอิอิอิหุหุหุแนบรูปมาโชว์อาจารย์คงเห็นแล้วจะตกใจน่าดูเลยนะค่ะ


อยากทำหัวข้อรายงาน Working womamคะ
โดย น.ส.พินิศจัย พรหมเทพ - อังคาร, 19 มิถุนายน 2007, 05:18 PM
 
สวัสดีคะอาจารย์ 
                หัวข้อที่สนใจศึกษาคือ working Womanคะ ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงผู้หญิงที่เป็นหม้ายไม่แต่งงาน และผู้หญิงที่เก่งไม่ต้องการสามีคะ  ซึ่งในสิ่งที่ต้องการศึกษาคือต้องการทราบสาเหตุที่พวกเขาไม่ต้องการแต่งงาน และไม้ต้องการสร้างครอบครัวให้เป็นภาระ  มีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุจูงใจขอวพวกเค้า  เป็นต้น
               นี่คื่อหัวข้อที่จะศึกษาคร่าวๆคะ อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ   ช่วยชี้แนะด้วยคะ
ปล .  คือหนูเล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องผู้หญิงทุกวันนี้ว่าไม่มีการแต่งงานเพิ่มขึ้น และเป็นผู้หญิงทีเก่งขึ้นมาคะ
              โปรดชี้แนะด้วย  Bye Byeนะคะ

ข้อเสนอน่ะจ่ะ
โดย นางสาวโซฟียา สะมะลี - พุธ, 20 มิถุนายน 2007, 08:17 PM
 
สำหรับหัวข้อนี้  คิดว่าน่าจะใช้  case   ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ เพราะว่าน่าจะให้ข้อมูลที่แจ่มขึ้น 



ตอบ: อยากทำหัวข้อรายงาน Working womamคะ
โดย Bundit Grivijitr - พุธ, 20 มิถุนายน 2007, 04:50 PM
 
อาจารย์ไม่เคยอ่านงานด้านนี้มาก่อนนะครับ แต่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันจบสังคมวิทยาที่ธรรมศาสตร์ทำวิทยานิพนธ์ตรงกับที่เธอสนใจเลย
อาจารย์จะติดต่อขอไฟล์ ของเขามาให้คุณอ่าน
ในระหว่างนี้อยากให้คุณเริ่ม สงสัยกับการตั้งคำถามของคุณ และเพื่อนๆ ของคุณนะครับ เช่น  "สาเหตุ" และ "สาเหตุจูงใจ" มีบางคนใช้คำว่า "ปัจจัย"
ผมอยากให้คุณเริ่มด้วยคำถามที่พื้นฐานมากกว่านี้ เอาไว้คุยกันในชั้นเรียนวันพรุ่งนี้นะครับเพราะผมจะสอนประเด็นนี้อยู่พอดี



น่าสนใจรึป่าวค่ะ *-*
โดย น.ส.นาฏนภา บัวทอง - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 02:46 PM
 
เรียน...อาจารย์ บัณฑิต ไกรวิจิตร
            จากที่หนูได้ส่งหัวข้อประเด็นไปอาจารย์มีความคิดคิดยังไงบ้างค่ะ...รอคำแนะนำจากอาจารย์อยู่ค่ะ.. หรือว่าควรจะเปลี่ยนประเด็นใหม่ค่ะ และที่อาจารย์ให้หนูแสดงความคิดในหัวคือที่อาจารย์รู้เพิ่มเติม คือ
          
1.เธอมีทัศนคติอย่างไรกับกลุ่มหญิงรักหญิง
          
2.เธอรู้จักกับผู้ที่มีลักษณะนี้หรือไม่


หนูได้ตอบส่งอาจารย์ทาง hotmail แล้วนะค่ะ อาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ....ขอบคุณค่ะ
                    หญิงรักหญิง เป็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่สังคมให้การตีตราว่าเป็นผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ทางด้านจิตใจและด้านการกระทำ ที่บางครั้งแสดงออกมาตรงกันข้ามกับเพศตนเอง แม้ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้จะแตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ในสังคมยังไงก็ตามตาม  แต่สำหรับความคิดของข้าพเจ้านั้นข้าพเจ้าคิดว่า ด้วยคุณค่าของความเป็นคนเหมือนกัน กลุ่มหญิงรักหญิงกลุ่มนี้เขาก็มีความเท่าเทียม ความเสมอภาค ที่เท่าเทียมกันกับกลุ่มชนชั้นต่าง ๆ ในสังคม ไม่ได้มีศักดิ์ศรี หรือค่าของความเป็นคนที่ด้อย หรือต่ำไปกว่ากันเลย และตราบใดที่กลุ่มหญิงรักหญิงไม่ก่อความเดือดร้อนแก่สังคมข้าพเจ้าคิดว่าผู้หญิงกลุ่มนี้ก็จะสามารถอยู่ร่วมกับบุคคลต่าง ๆ ในสังคมได้อย่างมีความสุข อีกอย่างหนึ่ง คือ ยิ่งด้วยสภาวการณ์ความทันสมัย สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ควบคู่กับวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี และคนในสังคมก็มีทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปรวมไปถึงความคิดของคนก็มีความรู้มากขึ้นมีการศึกษาที่สูงขึ้น น่าจะยอมรับในสิ่งที่แตกต่างหรือสิ่งที่แปลกใหม่ได้ง่ายกว่าสมัยก่อน ด้วยความมีเหตุมีผล               ข้าพเจ้ามีเพื่อนที่มีพฤติกรรมแบบนี้เหมือนกัน เขาเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มหญิงรักหญิงที่มีพฤติกรรมแบบทอม และเขาก็มีแฟนที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน (ดี้) จากการที่ได้รู้จักกันข้าพเจ้าก็ไม่เห็นว่าลักษณะการดำเนินชีวิตของเขาจะด้อยไปกว่าคนอื่น ๆ เลย                   แต่สำหรับสาเหตุหรือว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เขาเป็นทอมนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบ และคิดว่าประเด็นนี้น่าจะศึกษา คือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเบี่ยงเบน : หญิงรักหญิง ค่ะ



ตอบ: น่าสนใจรึป่าวค่ะ *-*
โดย นางสาวโซฟียา สะมะลี - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 06:26 PM
 
เก่งมากค่ะ   หาข้อมูลได้เร็วดีค่ะ  พยายามต่อไปน่ะค่ะ สู้ๆ  
                                              คนที่สวยกว่า


ตอบ: น่าสนใจรึป่าวค่ะ *-*
โดย Bundit Grivijitr - พฤหัสบดี, 21 มิถุนายน 2007, 05:48 PM
 
ขอโทษนะครับที่ติดไว้หลายวัน พอดีเมื่อวานมีกระทู้เข้ามาเยอะมาก อภัยให้อาจารย์ด้วยนะ
ในความคิดเห็นของอาจารย์นะครับ ประเด็นนี้ก็น่าสนใจ ที่คุณเขียนมาว่า

"สังคมให้การตีตราว่าเป็นผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน", "ทั้งทางด้านทางด้านจิตใจและด้านการกระทำ ", และ"แสดงออกมาตรงกันข้ามกับเพศตนเอง "
ผมคิดว่าเรื่องที่น่าสนใจก็คือการหาความสัมพันธ์ของกลุ่มหญิงรักหญิงที่มี ปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบตัว เช่น ที่เรียน ที่บ้าน และสาธารณะหรือพื้นที่พิเศษ ที่พวกเขาสร้างหรือเข้าไปสังสรรค์รวมตัวกัน ซึ่งอาจจะต้องเริ่มด้วยการหาคำอธิบายจากตัวของพวกเขาเองว่า เช่น เขาเรียกความสัมพันธ์ในแบบที่เป็นอยู่นี้ว่าอะไร ซึ่งใส่ได้เต็มที่เลย ทั้งการอธิบายจากด้านลึกข้างในของพวกเขาเอง และการอธิบายอย่างวิจารณ์ เก็บมาได้ทั้งหมด
ลองเริ่มจากการหานิยามก่อนเลยดีใหม ผมคิดว่าหัวข้อคุณทำเรื่องนี้เลยก็ดีนะครับ เมื่อหาข้อมูลแล้วค่อยลองนำมาประดิษฐิ์เป็นคำถาม และสมมุติฐาน การวิจัยกันอีกที
ในระดับแรกคือการเก็บข้อมูลพื้นฐานตรงนี้ก่อน คุณอาจจะเริ่มทำได้เลย
สรุปก็คือ พยายามหาคำอธิบายในการนิยามตัวเองของกลุ่มดังกล่าวนะครับ
แต่อาจารย์ขอเตือนหน่อย คำพูดนี้ "ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเบี่ยงเบน : หญิงรักหญิง" คำว่า "เบี่ยงเบน" อย่าหลุดจากปากคุรไปถึงเขานะตอนคุยกับเพื่อนคุณหนะ เพราะหัวข้อของคุณและความสนใจของคุณกำลัง ยีนยันความมีคุณค่าความหมายของเพื่อนคุณที่เขาเป็น หากตั้งคำถามการวิจัยเช่นนั้นเท่ากับล้างสิ่งที่ตัวเองคิด แย้งตัวเองหนะ คุณต้องพยายามนึกให้ได้ว่า คำถามประเภทไหนตอนสนทนาแล้วฟังดูไม่เหมาะสมนะครับ เช่น เบี่ยงเบนหนึ่งละ ฯลฯ